Radiesse filler ตัวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมปรับปรุงคุณภาพผิวระยะยาว

Radiesse

Radiesse Filler นวัตกรรม Dermal Filler ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนตัวใหม่ล่ามาแรงส่งตรงจากอเมริกา! ที่มีความโดดเด่นในเรื่องปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality) ซึ่งจะมาเป็นตัวช่วยกู้ผิวจากปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย ผิวที่สูญเสียคอลลาเจน ให้กลับมาดูอ่อนวัยได้อีกครั้งและยกกระชับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นนวัตกรรมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาใหม่ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบให้ผลลัพธ์ในระยะยาว ไม่ต้องฉีดบ่อย ๆ วันนี้ใครที่ไม่อยากตกเทรนด์ความงามใหม่แบบแกะกล่อง ต้องไม่พลาด! เพราะ Doctor Mek Clinic เรามีข้อมูลเกี่ยวกับ Radiesse ยกมาเสิร์ฟไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ

Radiesse คืออะไร

Radiesse คือ นวัตกรรมของสารเติมเต็ม (Filling Substance) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของ Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA โดยเป็นสารที่พบอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้ว และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Regenerative Biostimulator ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน (Type I, Type III) และอิลาสตินในชั้นผิว ทำให้ผิวยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงยังช่วยเติมความชุ่มชื่น เติมเต็มผิวให้อิ่มฟู เติมเต็มร่องลึก ซึ่งจะคล้ายกับฟิลเลอร์ในกลุ่มของสารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA Filler นั่งเองค่ะ

นอกจากนี้ยังเป็นนวัตกรรมสารเติมเต็ม CaHA รายแรกและรายเดียวที่ได้รับรองจาก US FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) ในด้านประสิทธิภาพของปรับรูปหน้าให้ทันทีพร้อมทั้งกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน ปรับคุณภาพผิวได้ในระยะยาว

ทำความรู้จัก “CaHA” และหลักการทำงาน

สารเติมเต็มประเภท Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA เป็นโมเลกุลชนิดเดียวกับกระดูกของคนเราค่ะ โดย CaHA เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่พบอยู่ในกระดูกและฟันของคนเรา ซึ่งตัวอนุภาคของ CaHA เมื่อถูกฉีดและเมื่อเข้าสู่ใต้ผิวแล้วจะเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนแคลเซียมของกระดูกเรา โดยอนุภาค CaHA จะก่อตัวเป็น “โครงสร้าง” และร่างกายจะถูกกระตุ้นให้เกิดไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยให้ผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินรอบ ๆ โครงสร้างนั้น และเมื่อเวลาผ่านไป อนุภาค CaHA จะค่อย ๆ สลายตัวตามธรรมชาติ เหลือเพียงโครงสร้างคอลลาเจนใหม่เท่านั้นค่ะ

Radiesse ปลอดภัยไหม

นวัตกรรมสารเติมเต็ม CaHA ใน Radiesse Filler เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (US FDA), ยุโรป (EU) และในประเทศไทย (Thai FDA) ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่า นวัตกรรมสารเติมเต็ม CaHA ในผลิตภัณฑ์ตัวนี้ มีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะเป็นสารที่เข้ากับได้กับร่างกายเราได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ยอมรับและนิยมใช้อย่างแพร่หลายในแวดวงความงามแล้ว สารเติมเต็ม CaHA ยังถูกนำมาใช้รักษาด้านทันตกรรมที่ต้องอาศัยการสร้างกระดูกขึ้นมาใหม่ รวมถึงการปลูกถ่ายทางด้านศัลยกรรม เช่น บริเวณกราม, กะโหลก และคาง เป็นต้น

Radiesse กับการฟื้นฟูผิวทั้ง 5 ประการ

  1. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I ให้เพิ่มขึ้นถึง 150%
  2. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type III ให้เพิ่มขึ้นถึง 130%
  3. ช่วยเพิ่มอิลาสตินในผิวให้เพิ่มมากขึ้นถึง 260%
  4. ช่วยเพิ่ม Proteoglycan หรือสารน้ำที่หล่อเลี้ยงผิว ส่งผลให้ผิวชุ่มชื่น ฟื้นฟูผิวให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
  5.  ช่วยเพิ่ม Angiogenesis กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอย เลือดไหลเวียนดีขึ้น ผิวสุขภาพดี

3 คุณสมบัติเด่นของ Radiesse

นวัตกรรมของ Radiesse Filler มาพร้อมกับ 3 คุณสมบัติที่โดดเด่น หรือที่เรียกว่า “The Triple Effect” ที่ช่วยเติมเต็มและปรับคุณภาพผิวได้ในระยะยาว เพื่อผิวที่ดูอ่อนวัย เพิ่มมิติของใบหน้าได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม

  1. Versatile Filling – ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า รวมถึงลดรอยเหี่ยวย่อนที่ลำคอและมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวอิ่มฟูสวยเป็นธรรมชาติ
  2. Volume Lifting & Contouring – เมื่อ CaHA เข้าไปในชั้นผิวจะก่อตัวเป็นโครงสร้างที่ช่วยกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้ผลิตเส้นใยคอลลาเจนให้หนาแน่นขึ้น ส่งผลให้ผิวยกกระชับและปรับรูปหน้า
  3. Skin Rejuvenation – ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวอิ่มฟู กระจ่างใส และยังเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดีในระยะยาว

Radiesse® และ Radiesse® (+) คู่หูดูโอ้ เพื่อผิวอ่อนเยาว์

สำหรับ Radiesse Filler จะแบ่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ย่อย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นธรรมดาและรุ่นพลัส ซึ่งทั้งคู่ต่างก็มีคุณสมบัติและมีความโดดเด่นในการรักษาที่แตกต่างกันออกไป เดี๋ยวเรามาดูกันว่าแต่ละรุ่นนั้นมีคุณสมบัติอะไร และแตกต่างกันอย่างไรค่ะ

  • Radiesse® เป็นสารเติมเต็มที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการฟื้นฟูปัญหาริ้วรอยในระดับปานกลางไปถึงระดับรุนแรง เช่น ร่องแก้ม รอยพับบนใบหน้า และยังช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนในรายที่มีปัญหาการสูญเสียคอลลาเจนและชั้นไขมันที่ใบหน้า รวมถึงใช้ฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณมือที่มีปัญหาแห้งเหี่ยวให้กลับมาเต่งตึงและอิ่มฟูมากยิ่งขึ้น
  • Radiesse® (+) รุ่นนี้จะมีส่วนประกอบของ Lidocaine หรือยาชาในปริมาณ 0.3% ซึ่งเป็นปริมาณที่มีความปลอดภัย จึงช่วยลดความเจ็บในขณะทำการฉีดได้ดี นอกจากนี้ ในรุ่นนี้ยังมีความโดดเด่นในเรื่องเก็บรายละเอียดริ้วรอยและเนื้อเยื่ออ่อนที่ผิวหนังได้ดี ช่วยให้รอยพับรอยเหี่ยวย่นตื้นขึ้น เพื่อผิวที่อ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

 

Radiesse กับมาตรฐานระดับสากล

  • ได้รับรองและอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) รวมถึงในยุโรป (EU) และประเทศไทย (Thai FDA)
  • เป็นผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ผิวหนัง (Dermal Filler) ตัวแรกที่ได้รับอนุมัติจาก US FDA ที่สามารถใช้ได้ทั้งบริเวณใบหน้าและบริเวณหลังมือ
  • ผลิตภัณฑ์ ถูกใช้งานโดยแพทย์ทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี และยังมีข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัย ซึ่งถูกเผยแพร่ทางสิ่งตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 250 ฉบับ
  • ได้รับความไว้วางใจด้วยยอดการใช้ผลิตภัณฑ์กว่า 15 ล้านชิ้นจาก 85 แห่งทั่วโลก

Radiesse ฉีดตรงไหนได้บ้าง และผลลัพธ์หลังฉีด

  • แก้ไขรอยพับและร่องลึกบริเวณใบหน้า เช่น ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก ช่วยให้ร่องลึกตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียน
  • ยกกระชับผิวหย่อนคล้อยและรอยพับตามแนวกราม ช่วยปรับรูปหน้า ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น
  • แก้ไขปัญหาร่องบุ๋มใต้ริมฝีปาก ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
  • เติมเต็มบริเวณแก้มตอบ ขมับตอบ ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวบริเวณซูบตอบให้อิ่มฟู มีสุขภาพดี แก้ปัญหาหน้าโทรม หน้าแก่ก่อนวัย
  • ฟื้นฟูและเติมเต็มรอยแผลหลุมสิว ปรับให้ผิวหน้าเรียบเนียน และปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดีขึ้น
  • แก้ไขรอยเหี่ยวย่นที่บริเวณลำคอและบริเวณหลังมือ ช่วยให้ลำคอและหลังมือกลับมาเต่งตึงกระชับ

*หมายเหตุ : ไม่ควรฉีดผลิตภัณฑ์ ในบริเวณระหว่างคิ้ว, จมูก และริ้วรอยรอบ ๆ ปาก รวมถึงริมฝีปาก

Radiesse เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งมีปัญหาเรื่องคอลลาเจนและอิลาสตินเริ่มลดลง
  • ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก มีร่องน้ำหมาก
  • ผู้ที่มีรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและหลังมือ
  • ผู้ที่มีริ้วรอยอยู่ที่บริเวณเหนือริมฝีปากบน
  • ผู้ที่มีปัญหารอยหลุมสิว รอยแผลเป็น
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพผิวในระยะยาว ซึ่งสามารถเห็นผลได้รวดเร็ว

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Radiesse

  • หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรอยู่
  • ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนประกอบใด ๆ ในผลิตภัณฑ์
  • ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวกับอาการแพ้ชนิดที่รุนแรง
  • ผู้ที่มีภาวะของเลือดออกผิดปกติ

หลังฉีด Radiesse เห็นผลทันทีไหม และอยู่ได้นานไหม

สำหรับผลลัพธ์หลังฉีด Radiesse Filler นั้นจะสามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีในด้านการเติมปริมาตรและเติมเต็มร่องริ้วรอย รวมไปถึงการยกกระชับบริเวณใบหน้าส่วนล่างค่ะ ส่วนผลลัพธ์ในด้านการปรับปรุงคุณภาพผิว ด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ตัวสารเติมเต็มในผลิตภัณฑ์นี้ จะมีกลไกในการทำงานต่อไปเรื่อย ๆ เลยค่ะ โดยหลังฉีดจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมา ทำให้เกิดเป็นโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานซึ่งจะอยู่ได้นานถึง 24 เดือน หรือ 2 ปี* (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) ทำให้คนไข้ไม่ต้องกลับมาฉีดเติมบ่อย ๆ ทั้งนี้ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ได้นั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน, สภาพผิว รวมไปถึงปัจจัยในเรื่องของอายุอีกด้วยค่ะ

Radiesse vs Sculptra vs Belotero Revive

ถ้าจะพูดถึงการฉีดที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวที่กำลังมาแรงในขณะนี้ คงหนีไม่พ้น Radiesse, Sculptra และ Belotero Revive ค่ะ ถ้าจะถามว่าระหว่าง 3 ตัวนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

ภาพรวมของ Radiesse

  • ส่วนประกอบหลัก : Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่องค์ประกอบทางเคมีเหมือนกับในกระดูกและฟันของเรา
  • หลักการทำงาน : ผิวถูกเติมเต็มได้ทันที ผิวอิ่มฟูขึ้น (คล้ายกับกลุ่ม HA Filler) >> หลังจากนั้นจะอนุภาค CaHA จะก่อตัวเป็นโครงสร้าง และเกิดการกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตคอลลาเจนรอบ ๆ โครงสร้าง ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง >> เมื่อเวลาผ่านไปอนุภาคของสารจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ >> เหลือเพียงโครงสร้างคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ทำให้คุณภาพผิวดีขึ้นในระยะยาว
  • ผลลัพธ์ / จำนวนครั้งที่ฉีด : บริเวณที่เป็นร่องลึก รอยย่น รอยพับ จะตื้นขึ้นทำให้ผิวอิ่มฟู เรียบเนียน ผิวที่หย่อนคล้อยตึงกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น บริเวณแก้มตอบจะเต็มขึ้น สำหรับจำนวนครั้งที่ฉีดขึ้นอยู่กับระดับปัญหาผิวของคนไข้แต่ละราย โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด 2-3 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ โดยสามารถคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน 1 ปี* หรือมากกว่านั้น (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • เทคนิคการฉีด : ฉีดตามแนวทิศทางการยกกระชับและบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม
  • เหมาะกับ : ฉีดเติมเต็มบริเวณที่ซูบตอบ เช่น แก้มและขมับ เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวอิ่มฟูเรียบเนียน รวมถึงฉีดเติมเต็มร่องลึก รอยย่น รอยพับ ในระดับปานกลางถึงรุนแรง บริเวณร่องแก้ม, ร่องมุมปาก, คาง, ลำคอ หลังมือ และฉีดเพื่อยกกระชับผิวแนวกรอบหน้า แนวกราม

ภาพรวมของ Sculptra

  • ส่วนประกอบหลัก : Poly-L-Lactic Acid (PLLA) มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อในร่างกายเรา
  • หลักการทำงาน : ผิวอิ่มฟูได้ในทันที >> 2-3 วันหลังฉีด น้ำและส่วนประกอบอื่น ๆ จะถูกดูดซึม ทำให้อาจเห็นริ้วรอยได้ (ภาวะปกติ) >> อนุภาคของสารสำคัญจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เพิ่มมากขึ้น ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติและต่อเนื่อง ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่ช้ากว่า >> เมื่อเวลาผ่านไปอนุภาคของสารจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ >> เหลือเพียงโครงสร้างคอลลาเจนที่ถูกสร้างใหม่ ส่งผลให้คุณภาพผิวดีขึ้นในระยะยาว
  • ผลลัพธ์ / จำนวนครั้งที่ฉีด : ผิวหน้ายกกระชับ อิ่มฟู ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยร่องลึกจางลง ผิวหน้าสดใส และจะต้องฉีด 2-3 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ ซึ่งปริมาณที่ฉีดจะขึ้นอยู่กับอายุของคนไข้ โดยสามารถคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน 2 ปี* (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • เทคนิคการฉีด : ฉีดตามแนวทิศทางที่ช่วยยกกระชับของใบหน้า เพื่อให้เกิดการพยุงผิวขึ้น
  • เหมาะกับ : ผิวที่มีริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย ที่บริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ และช่วยให้บริเวณแก้มตอบอิ่มฟูจากคอลลาเจนที่เพิ่มมากขึ้น

ภาพรวมของ Belotero Revive

  • ส่วนประกอบหลัก : HA (Hyaluronic Acid) และ Glycerol มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำให้ผิวชุ่มชื่น และในส่วนประกอบของ Glycerol (กลีเซอรอล) ที่เปรียบเสมือนตัวเสริมทัพให้กรด HA ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • หลักการทำงาน : เติมเติมผิวให้อวบอิ่มได้ในทันที >> ส่วนประกอบของ HA และ Glycerol จะช่วยเก็บล็อคความชุ่มชื่นให้ผิวได้ล้ำลึกตั้งแต่ผิวชั้นใน (Dermis) ไปจนถึงผิวชั้นนอกสุด >> เมื่อผิวชุ่มชื่นได้อย่างล้ำลึกและยาวนาน ก็จะทำให้ผิวใส เรียบเนียน เมื่อเล่นกับแสงแล้วฉ่ำโกลว์ หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า “ผิวกระจก”
  • ผลลัพธ์ / จำนวนครั้งที่ฉีด : ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื่นฉ่ำวาว ผิวเรียบเนียน ผิวมีความกระชับมากขึ้น และฉีดครั้งนึงสามารถคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน 9 เดือน* (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • เทคนิคการฉีด : ฉีดแบบกระจายตามหน้าแก้ม (ฉีดในชั้นผิวตื้นหรือชั้นหนังแท้ Dermis)

เหมาะกับ : ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ มีริ้วรอยร่องตื้น ๆ ผิวขาดความยืดหยุ่นและความกระชับ

Radiesse vs Sculptra vs Belotero Revive

การเตรียมตัวและข้อควรระวังเกี่ยวกับการฉีด Radiesse

  • ก่อนเข้ารับการฉีด ควรงดรับประทานยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือวาร์ฟาริน หรือแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว และมีประวัติแพ้ยาชา ควรแจ้งให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อน
  • ผู้ที่กำลังเป็นโรคผิวหนังอักเสบ หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะทำการฉีด  ควรรักษาอาการดังกล่าวให้หายดีก่อน หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน
  • หลังฉีด บริเวณที่หลังมือ อาจทำให้คนไข้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่สะดวก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
  • 24 ชั่วโมงหลังฉีด  ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดและความร้อน

โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Radiesse ที่ Doctor Mek Clinic

Doctor Mek Clinic – Home of Filler เราเป็นคลินิกความงามที่มีความเป็นมืออาชีพในด้านฟิลเลอร์และงานผิวพรรณโดยเฉพาะ ด้วยโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน  ด้วยผลิตภัณฑ์ของแท้สั่งตรงจากบริษัท MERZ AESTHETICS (MERZ Healthcare Thailand) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ ในทุกขั้นตอนการรักษาและทุกเคสจะอยู่ภายใต้การดูแลโดยอาจารย์หมอเมฆ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับอาจารย์แพทย์สอนเทคนิคฉีดฟิลเลอร์ในประเทศไทย และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ รวมถึงมีความความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี โดยใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพผิวและเทคนิคการฉีดที่ถูกหลัก เพื่อการแก้ไขปัญหาของคนไข้แต่ละรายได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ปลอดภัย เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก และมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในด้านการฉีดฟิลเลอร์ด้วยรางวัลระดับประเทศหลายปีซ้อน อาทิ

  • อันดับ 1 Single Clinic ที่มียอดฉีดฟิลเลอร์สูงสุดรวมทุกแบรนด์ในประเทศไทย 5 สมัยซ้อนปี 2018 – 2022
  • อันดับ 1 คลินิกที่มียอดใช้ฟิลเลอร์ Belotero สูงสุดในประเทศไทย 2020 – 2022

สรุป

ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรม Dermal Filler ตัวล่ามาแรงอย่าง Radiesse กันไปแล้วนะคะ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีคุณสมบัติที่ทั้งสามารถเติมเต็มผิวพรรณคล้ายกับฟิลเลอร์ชนิด HA ที่เรารู้จักเป็นอย่างดี และยังเป็นตัวกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว แก้ไขความหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องลึก รอยย่น ช่วยปรับโครงสร้างและปรับปรุงคุณภาพผิวให้แข็งแรงสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว ฉีดครั้งเดียวแต่ให้ผลลัพธ์ยาวนานนับปี นอกจากนี้ ยังเป็นนวัตกรรม Dermal Filler ชนิด CaHA ตัวแรกและตัวเดียวในขณะนี้ที่ได้รับอนุมัติจาก US FDA ซึ่งสามารถใช้ฟื้นฟูผิวได้ทั้งใบหน้าและหลังมือ นับว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมความงามเพื่อผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ สำหรับใครที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางไลน์ LINE : @doctormekclinic หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ Doctor Mek Clinic ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก